วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตรงกับวันอัฏฐมีบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 (ปีอธิกมาส) เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ถวายพระเพลิงพระบรมศพขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วเป็นเวลา 8 วัน ณ มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา

วันอัฏฐมีบูชา (อ่านว่า อัด-ถะ-มี-บู-ชา) ถือเป็นวันสุดท้ายของเหตุการณ์ปรินิพพาน ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เนื่องจากเป็นวันที่แสดงถึงความเคารพและความอาลัยสูงสุดต่อพระบรมศาสดา ผู้ทรงค้นพบและประกาศพระธรรมคำสอนอันเป็นแนวทางแห่งการดับทุกข์แก่สรรพสัตว์

ภายหลังการเสด็จดับขันธปรินิพพานในวันวิสาขบูชา พระสรีระของพระพุทธองค์ได้รับการประดิษฐานไว้เป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้เหล่าพุทธบริษัทได้ร่วมสักการบูชาและแสดงความอาลัย จากนั้นในวันที่ 8 ชาวเมืองกุสินาราพร้อมด้วยพระสงฆ์และพุทธบริษัทได้ร่วมประกอบพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ

วันอัฏฐมีบูชาสะท้อนให้เห็นถึงหลักธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะหลักไตรลักษณ์ ได้แก่ อนิจจัง ความไม่เที่ยง ทุกขัง ความเป็นทุกข์ และอนัตตา ความไม่ใช่ตัวตน รวมถึงหลักมรณสติและความไม่ประมาท อันเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีสติและรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง

เนื่องในโอกาสวันอัฏฐมีบูชา พุทธศาสนิกชนควรร่วมกันประกอบกุศลกรรม อาทิ การทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล เจริญภาวนา และร่วมพิธีเวียนเทียน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมนำหลักธรรมคำสอนไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต

แม้ว่าวันอัฏฐมีบูชาจะไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายเท่ากับวันวิสาขบูชา แต่ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ช่วยให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงสัจธรรมของชีวิต ความไม่เที่ยงแห่งสังขาร และมุ่งมั่นปฏิบัติตนตามแนวทางแห่งพระธรรม เพื่อความสงบสุขและความเจริญงอกงามทางจิตใจสืบไป

Loading

By admin

Lecturer in Buddhism at NRRU

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You missed